การโฆษณาศิลปินผ่านอินเตอร์เน็ต
การโปรโมทหรือโฆษณาให้กับศิลปินถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการตีตลาด

Archive for the ‘อินเตอร์เน็ต’ Category

การพัฒนาศิลปินดาราเพื่อให้ประสบความสำเร็จ

Saturday, October 24th, 2015

การพัฒนาศิลปินดาราหรือนักแสดงด้านรูปลักษณ์ภายนอกที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้

– การบำรุงรักษาทั่วไป คือ บำรุงผิวหน้า ขัดผิวกาย รักษาสิว

– การทำศัลยกรรม เสริม เติม แต่ง เพิ่มเติมในส่วนที่ไม่เป็นธรรมชาติ

– การดูแลรูปร่าง เช่น การออกกำลังกาย

การพัฒนาศิลปินดาราหรือนักแสดงด้านบุคลิกภาพที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยนักบริหารจัดการศิลปินดาราหรือผู้จัดการส่วนตัวดาราส่วนใหญ่จะส่งศิลปินดาราในสังกัดของตน ไปเรียนเพิ่มเติมด้านบุคลิกภาพจากสถาบันชื่อดังต่างๆระดับประเทศด้านบุคลิกภาพทั่วไป การเดิน การพูดมารยาทไทย และมารยาทบนโต๊ะอาหาร อีกทั้งยังเสริมด้วยการแนะนำจากประสบการณ์ของตนเองและประสบการณ์ของผู้อื่นรอบข้าง และการพัฒนาศิลปินดาราหรือนักแสดงด้านความสามารถที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่ส่งเสริมการพัฒนาความสามารถพิเศษกับศิลปินดาราในสังกัดทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในระดับพื้นฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพและทักษะในการทำงาน และเตรียมพร้อมรับงานได้ทันที อีกทางหนึ่งคือเมื่อได้รับงานมาก็จัดพัฒนาความสามารถให้มีความสอดคล้องกับงานที่ได้รับ โดยที่ความสามารถพิเศษที่นักบริหารจัดการศิลปินดาราหรือผู้จัดการส่วนตัวดาราให้ความสำคัญ คือ การเรียนการแสดง การเรียนร้องเพลง และการเรียนเต้น  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการทำงานให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ เสริมและเพิ่มเติมในส่วนที่ศิลปินดาราขาดหรือไม่สามารถทำได้ และรองรับการแข่งขันสูงในยุคทีวีดิจิตอล

ดังนั้น เส้นทางสู่การเป็นนักบริหารจัดการศิลปินที่ประสบความสำเร็จนั้น ต้องเป็นคนที่มีความเข้าใจมนุษย์ สามารถเป็นที่ปรึกษาให้กับเหล่าศิลปินดาราละนักแสดงในสังกัดของตนได้ มีความจริงใจและความซื่อตรงต่องาน และศิลปินดาราในสังกัดของตน ตรงต่อเวลา มีความอะลุ่มอะล่วยและการประนีประนอมในการทำงาน ไม่ตึงหรือหย่อยจนเกินไป มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สามารถในการสื่อสารได้ดี ทำงานเร็วและละเอียดรอบคอบ และมีการวางแผนงานที่ดี เมื่อเจอปัญหาต้องมีความตื่นตัวในการแก้ปัญหา เมื่อเกิดปัญหาในการทำงานขึ้นควรมีความกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหา และแก้ปัญหานั้นด้วยความรักและความเข้าใจ โดยให้ความสำเร็จของศิลปินดาราของตนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ขั้นตอนการดำเนินงานที่สำคัญในการนำเสนอศิลปินหญิง

Saturday, October 3rd, 2015

1) การวางโครงสร้างการประกอบธุรกิจเพลง (Business Model) เนื่องจากมีศิลปินจำนวนมากทำให้สามารถผลิตผลงานเพลงได้หลากหลายเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายได้ครบทุกกลุ่มและสามารถผลิตผลงานออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง การทำงานเพลงจะเริ่มต้นจากการนำเสนอแนวความคิด คอนเซ็ปต์ของงาน และกำหนดกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายต่อคณะกรรมการบริหารธุรกิจเพลง (Music Business Management Board) เพื่อพิจารณาอนุมัติในหลักการ โดยแผนการผลิตแต่ละอัลบั้มจะแตกต่างกันไปตามประเภท และประมาณการยอดขายของแต่ละอัลบั้มเป็นสำคัญ หลังจากนั้นการทำงานเพลงจะดำเนินการอย่างอิสระโดยทีมงานในแต่ละค่ายเพลง หลังจากนั้น แผนการประชาสัมพันธ์ การวางกลยุทธ์การโปรโมท จะถูกจัดทำขึ้นโดยทีมงานของแต่ละค่ายเพลง และนำมาประสานงานร่วมกับหน่วยงานบริหารการใช้สื่อและหน่วยงานจัดจำหน่าย เพื่อทำให้ผลงานที่ออกมาผ่านการวางแผนและการกลั่นกรองทุกขั้นตอน ดังนั้นคุณภาพของผลงานจะตรงกับความต้องการและกระแสความนิยมของตลาด ณ ปัจจุบัน

2) การวางนโยบายการผลิตผลงานในจำนวนที่เหมาะสม เน้นการให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลงาน และการดูแลสินค้าเมื่อออกสู่ตลาดอย่างใกล้ชิดตลอดจนจบกระบวนการ ทำให้การผลิตผลงานแต่ละชุดเป็นไปตามการวางแผนในขั้นต้น และมียอดขายเป็นไปตามการคาดการณ์

3) การใช้ประโยชน์จากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ ทั้ง Free TV และ Satellite TV สื่อวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อบนอินเตอร์เน็ตของบริษัทในกลุ่ม เพื่อการประชาสัมพันธ์ผลงานของกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อใช้สื่อที่มีอยู่ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด

4) การมีระบบการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ สามารถกระจายสินค้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง ทั้งในรูปแบบของ Digital Content และ Physical Content มีการติดตาม การทำงาน และบริหารระบบการจัดจำหน่ายอย่างใกล้ชิด

5) การบริหารจัดการลิขสิทธิ์งานเพลงที่มีอยู่อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมต่อกิจการ

6) วางนโยบายการเปิดโอกาสให้กับกลุ่มศิลปินใหม่ นักแต่งเพลง และช่องทางสร้างสรรค์งานเพลงรูปแบบใหม่ เพื่อพัฒนาและยกระดับงานเพลงของกลุ่มอาร์เอสให้ทันสมัยและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตลอดเวลา

อัตลักษณ์ของศิลปินอินดี้ในปัจจุบัน

Saturday, August 22nd, 2015

ในยุคปัจจุบัน กระบวนการสื่อสารกลุ่มของศิลปินอินดี้จะเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคล เนื่องจากกลุ่มศิลปินมีขนาดเล็ก ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนกันมาก่อน มีทัศนคติไปในทางเดียวกัน จึงพูดคุยกันได้ง่ายขึ้นส่วนในการทำงาน ก็สามารถหาที่รวมตัวกันทำงานได้ตามห้องบันทึกเสียงหรือบ้านเพื่อนคนใดคนหนึ่งทุกคนจะรับผิดชอบงานด้านที่ตนเองถนัด และทำงานอย่างมีอิสระ อัตลักษณ์ของศิลปินอินดี้ คือ เอกลักษณ์หรือลักษณะเฉพาะของวงแต่ละวงที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชื่อวง บุคลิกลักษณะของสมาชิกในวง การแต่งกาย แนวดนตรี เนื้อหาเพลง ขั้นตอนการทำงาน และรูปแบบการแสดงคอนเสิร์ต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเสน่ห์ของวงแต่ละวง โดยจุดร่วมที่ศิลปินอินดี้มีเหมือนกัน คือ การได้ปลอดปล่อยจินตนาการความคิดผ่านบทเพลง ผ่านการแสดงออกทางดนตรีที่เป็นอิสระ ซึ่งมีกระบวนการสื่อสารของกลุ่มที่สามารถสร้างการดำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ให้กับศิลปินอินดี้ได้ เพราะกระบวนการสื่อสารกลุ่มทำให้กลุ่มดำเนินต่อไปได้ และแรงสกัดจะเป็นการลดความเข้มแข็งของอัตลักษณ์ความเป็นศิลปินอินดี้ลงไป แรงสนับสนุนที่ทำให้ศิลปินอินดี้ดำรงอยู่ได้คือ การสร้างเครือข่ายพันธมิตรของกลุ่มอินดี้ด้วยกันนอกจากนี้ยังมีช่องทางจำหน่ายผลงานจากบริษัทจัดจำหน่ายและร้านค้าปลีกสำหรับเพลงอินดี้ อีกด้วย

สำหรับวงดนตรีอินดี้ของกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ จะมีการจัดองค์ประกอบของสมาชิกได้อย่างลงตัวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว นักดนตรีอินดี้ จะคิดแบบตรงไปตรงมาก็คือนักดนตรีที่มีอิสระ สามารถสร้างสรรค์ดนตรีได้อย่างไม่ต้องมีกรอบหรือขอบเขตใดๆ อาจทำเป็นงานอดิเรกโดยไม่สนใจรายได้ใดๆ หรือสามารถสร้างงานดนตรีที่มีคนซื้อหรือจ้างไปเล่นก็ได้

จะเห็นได้ว่า นักดนตรีหรือกลุ่มนักดนตรีที่สร้างผลงานดนตรีขึ้นมาที่เป็นที่รู้จักของสาธารณชนในฐานะศิลปิน ซึ่งดำเนินงาน เช่น ธุรกิจขนาดเล็กและสามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอสำหรับยึดเป็นอาชีพหลักหรือเป็นแหล่งรายได้เสริมก็ได้ โดยไม่จำกัดแนวเพลงใดๆ  ซึ่งในปัจจุบันศิลปินอินดี้ นับว่าเป็นกลุ่มศิลปิน ที่ได้รับความนิยม จึงทำให้วงการดนตรีอินดี้ของประเทศไทยเจริญก้าวหน้ามากขึ้นในที่สุด ดังนั้น ศิลปินอินดี้ นับว่าเป็น กลุ่มศิลปินที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

การโปรโมทศิลปินที่นิยมสำหรับค่ายเพลงในยุคปัจจุบัน

Tuesday, July 21st, 2015

จากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและผลงานเพลงของศิลปินแสดงนั้น เห็นได้จากการที่องค์กรค่ายเพลงต่างๆพยายามใช้ช่องทางอันหลากหลายในการนำเสนอผลงานเพลงของศิลปิน เพื่อทำให้เกิดการรับรู้และวัฒนธรรมมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Music Video เพลงของศิลปิน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าค่ายเพลงอาจจะได้รับผลตอบรับที่ตามมาภายหลังจากการนำเสนอผลงานเพลงของศิลปินในสังกัดในบทบาทของสื่อที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น โทรทัศน์ รายการบันเทิง ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่ได้รับวัฒนธรรมจากศิลปินด้วยกันทั้งสิ้น การนำเสนอผลงานเพลงที่กำลังเป็นกระแสและมีการประชาสัมพันธ์โปรโมทสู่สาธารณชนให้เห็นกันบ่อยครั้ง สำหรับผู้รับชมส่วนใหญ่ที่ให้ความสนใจนั้น ย่อมเป็นประสิทธิผลที่สำคัญต่อการสื่อสารการตลาดของค่ายเพลงในยุคปัจจุบัน ดังนั้น การสื่อสารการตลาดของค่ายเพลงผ่านทางสื่อยูทูบ มีประสิทธิภาพสูงที่สุดและได้รับผลตอบรับที่ดี เนื่องจากมีผู้เข้าชมและการติดตามผลงานเพลงและศิลปินทางสื่อยูทูบ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผลงานประเภทมิวสิควิดีโอและใช้การลงทุนในการผลิตที่สูงมากอย่างที่ไม่มีค่ายเพลงใดๆกล้าทำโดยไร้ข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่การใช้สื่อที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อพื้นที่ที่โทรทัศน์ไม่สามารถทำได้ และใช้เทคนิคในการสร้างยูทูบแชนเนลที่ทำให้คนทั่วไปที่เข้ามาชมวิดีโอได้ชมวิดีโอที่หลากหลายวนเวียนอยู่ภายในยูทูบแชนเนล ทำให้ผลงานเพลงเป็นที่รู้จักและได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างกว้างขวางมากขึ้น นอกจากนี้การโปรโมทศิลปินยังมีช่องทางอื่นๆอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น

1.การโฆษณาผ่านช่องทางสื่อที่เป็นของตัวเอง เช่น ช่องโทรทัศน์เคเบิ้ลและ เว็บไซต์ โดยการลงโฆษณาผ่านช่องทางสื่อที่เป็นของตัวเอง ทำให้ไม่ต้องเสียงบประมาณในการซื้อสื่อเพื่อลงโฆษณาผ่านทางฟรีทีวีเหมือนค่ายเพลงอื่นๆ

2.ประชาสัมพันธ์ศิลปินผ่านหลากหลายช่องทาง ได้แก่ ฟรีทีวี หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ตามความเหมาะสม

3.จัดกิจกรรมพิเศษร่วมกับค่ายโทรศัพท์หรือคลื่นวิทยุ ให้กลุ่มเป้าหมายได้พบป่ะกับศิลปินตัวจริงและร่วมเล่นเกมส์แจกรางวัลเพื่อการโน้มน้าวใจให้กลุ่มเป้าหมายตอบสนองในแนวทางที่องค์กรต้องการและเพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อองค์กรให้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้บริโภคได้ด้วย

 

บุคลิกภาพและการแต่งกายของศิลปิน ดารา นักร้อง

Friday, June 19th, 2015

tumblr_n6pcfpyVGF1rdq3blo1_1280
บุคลิกภาพมักมีส่วนสำคัญในการเลือกอาชีพในระดับหนึ่ง คือ เมื่อเรารู้และเข้าใจในความถนัดหรือสิ่งที่เราชื่นชอบว่าเป็นอย่างไร รูปแบบใด หรืออุปนิสัยส่วนตัวต่างๆของเราแล้ว เราก็จะสามารถเข้าใจได้มากขึ้นว่าอาชีพที่เราต้องการจะเป็น หรือทำแล้วเหมาะสมกับความเป็นตัวเรานั้นคืออะไร เราก็จะสามารถเลือกและประกอบอาชีพต่างๆเหล่านั้นได้ดี บุคลิกภาพนอกจากจะเป็นตัวช่วยส่งเสริมให้บุคคลแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยส่วนตัวแต่ละบุคคลแล้วยังสามารถมีส่วนช่วยในการเลือกอาชีพให้เหมาะสมกับตัวได้อีกด้วย เชื่อว่าบุคลิกภาพของคนจะสะท้อนผ่านการเลือกอาชีพของตน โดยเหตุผลในการเลือกอาชีพนั้นเกิดจากการผสมผสานความคิดต่อตัวเอง และความเข้าใจต่ออาชีพที่เลือก นั่นคือคนที่เลือกอาชีพได้สอดคล้องกับบุคลิกภาพของตนเองมากที่สุด จะมีความพึงพอใจในอาชีพ และส่งผลให้ประสบความสำเร็จในอาชีพนั้นๆได้

การแต่งกายของวัยรุ่นไทยในปัจจุบันมักจะแต่งตัวเลียนแบบตามดาราซะส่วนใหญ่แต่การแต่งแบบนั้นทำให้เกิดเรื่องกับตัวคนที่แต่งได้เพราะดารามักจะแต่งตัวแบบเปิดเผยแต่ไม่หมดซึ่งการแต่ตัวแบบนั้นจะทำให้เพศตรงข้ามรู้สึกมีอารมณ์แล้วก็จะทำให้เราเป็นอันตรายได้ซึ่งมันน่ากลัวมากแต่วัยรุ่นไทยก็ยังแต่งตัวตามดาราไทยอยู่ดีเพราะบางคนคิดว่าเป็นแฟชั่นแต่งไปแล้วคงจะดูดี สวย เท่ แต่ไม่รู้เลยว่ามันอาจจะเกิดอันตรายกับผู้แต่งได้เราเป็นวัยรุ่นก็จริงแต่เราอยู่ในช่วงของวัยเรียนเราควรแต่งแบบพอดีไม่ต้องแต่งเวอร์จนเกินไปที่ดาราแต่งแบบนั้นได้เพราะมันเป็นอาชีพของพวกเขาที่จะต้องแต่งตัวแบบนั้นเพราะฉะนั้นเราควรที่จะแต่งตัวแบบพอดี

อาชีพของคนขายเสียง เป็นอาชีพให้บริการความสุขด้วยเสียงเพลง ซึ่งปัจจุบันแนวเพลงต่างๆมีมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของผู้ฟังแต่ละกลุ่ม อาชีพนักร้องจึงเป็นอาชีพในฝันของคนยุคใหม่ เนื่องจากอาชีพนักร้องเป็นอาชีพที่สามารถสร้างได้อย่างมหาศาล เป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคม และมีผู้คนชื่นชมมาก ในยุคนี้จึงมีเวทีประกวดร้องเพลงมากมาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีความฝันอยากเป็นนักร้องได้เข้าสู่วงการเพลงอย่างมีจุดหมาย บุคลิกภาพแบบศิลปิน เป็นคนที่ชอบแสดงออก รักความอิสระ ไม่ชอบอยู่ใต้บังคับบัญชาใคร ไม่พึ่งพาผู้อื่น ไม่คล้อยตามผู้อื่น ชอบริเริ่มไม่เอาอย่างใคร ไม่ชอบสัมพันธ์เป็นส่วนตัวโดยตรงกับใคร ไม่ชอบความจำเจ หรืองานที่มีกฎระเบียบแน่นอน ช่างฝัน อ่อนไหวง่าย ชอบแสดงออก บางครั้งเจ้าอารมณ์ มีอุดมคติ ชอบคิดค้นเกี่ยวกับปัญหา สิ่งแวดล้อม และแสดงออกทางศิลปกรรม มีความสามารถทางด้านดนตรี อ่านหนังสือแบบแสดงความรู้สึกได้ดี ชอบฟังเพลง ชอบดูละคร เขียนหนังสือและแต่งกลอนได้ดี บุคคลประเภทนี้อาจจะขาดทักษะทางสำนักงาน

ขั้นตอนการเดบิวต์ เพื่อเป็นศิลปินเกาหลี

Friday, May 29th, 2015

ในประเทศเกาหลีมีค่ายเพลงที่เป็นที่รู้จักและทำชื่อเสียงโด่งดังอยู่สามค่ายใหญ่ๆ คือ SM Entertainment, YG Entertainment และ JYP Entertainment ทั้งสามค่ายนี้สามารถผลิตศิลปินให้ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียง ถึงแม้การคัดตัวหรือที่เรียกว่าการเดบิวต์จะหนักหนาสาหัสเพียงได หลายคนก็เลือกที่จะทำตามฝัน ถึงแม้จะมีคู่แข่งเยอะก็ตาม ซึ่งการเดบิวต์เพื่อเป็นศิลปินของค่ายยักษ์ใหญ่ มีดังนี้

1.คัดตัว แรกเริ่มดูกระแสนิยมและคิดโพรเจ็กต์ที่จะนำเข้ามาตีตลาด เป็นการวางแผนเกินกว่า 5 ปีขึ้นไป หลังจากนั้นจึงจะทำการค้นหาศิลปิน ที่ตรงตามคาแร็กเตอร์ที่ได้วางเอาไว้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป เพราะเด็กมีช่วงของการพัฒนาได้มาก

2.ทุกคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน หากจะออกการแสดงเป็นกลุ่ม ใครที่เต้นเก่งก็ต้องไปพัฒนาเสียงร้อง ส่วนใครที่ร้องเพลงเก่งก็ต้องไปพัฒนาในเรื่องของการเต้น  ซึ่งศิลปินจะต้องอยู่ในวินัยอย่างเคร่งครัด

3.ทำศัลยกรรมเพื่อกลบจุดด้วย ศิลปินมีความสามารถมาก แต่ด้อยในเรื่องของหน้าตาจนน่าเสียดาย ทางค่ายก็จะนำไปปรึกษาแพทย์ทางการศัลยกรรมเพื่อลดข้อด้อยดังกล่าว ซึ่งต้นสังกัดจะออกทุนให้กับศิลปิน

4.ทำการฝึกซ้อมก่อนแสดง ทางค่ายก็จะเริ่มแต่งเพลงและคิดการแสดงขึ้น เพื่อให้ศิลปินทำการร้อง และฝึกซ้อมเต้นเพื่อนำขึ้นแสดง ซึ่งเพลงที่ซ้อมนั้นมีจำนวนไม่เกิน 2 เพลง แต่ซ้อมกันเป็นปี เพื่อให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

5.ทำการเปิดตัว เป็นการชิมลางตลาดว่ามาถูกทางหรือไม่ ถ้าไม่ถูกทางก็ต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขส่วนที่เป็นจุดบกพร่อง เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด

6.ทำเป็นอัลบั้มวางขาย ผลการตอบรับดี ก็จะเป็นเครื่องยืนยันให้กับทางค่ายว่ามาถูกทาง ระหว่างนั้นทางศิลปินจะตระเวนออกรายการทีวีวาไรตี้ต่างๆ เพื่อต่อกระแสโปรโมทให้กับทางค่ายและกับตัวเองอยู่เรื่อยๆ

7.ทางค่ายต้องปั้นศิลปินใหม่ออกมาอยู่เรื่อยๆ กลุ่มศิลปินทุกกลุ่มก็ย่อมมีวันเหนื่อยล้า วันหมดแรง วันที่แยกวง และมีวันที่กระแสความนิยมนั้นหมดไป แต่ทางค่ายจะยังคงสร้างความนิยมให้กับศิลปินกลุ่มเก่าอยู่

ในการเลือกใช้ YouTube ในการโปรโมทศิลปิน

Tuesday, March 31st, 2015

ในการเลือกใช้ YouTube ในการโปรโมทศิลปินในสังกัดว่า”ตามธรรมชาติของวิวัฒนาการในโลกอินเตอร์เน็ตมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้เร็วขึ้นมาก YouTube จึงเป็นหนึ่งในสังคมแลกเปลี่ยนวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดและไวที่สุดในโลก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงคิดว่ามันเหมาะสมที่เราจะใช้เป็นเครื่องมือในการโปรโมทสินค้าของ SM และศิลปินในสังกัดสู่สายตาคนทั่วโลก”

“YouTube ได้กลายเป็นเวทีสำหรับเราโดยไม่ต้องจัดตั้งสำนักงานใหม่ในต่างประเทศเลย มันยังช่วยแก้ปัญหาหน้าโฮมเพจอย่างเป็นทางการของ SM Town เพื่อเป็นสื่อในการนำเสนอเนื้อหาออนไลน์”

นอกจากนั้นทางต้นสังกัดยังได้ยกตัวอย่างถึงการเล็งเห็นลประโยชน์ที่พวกเขาได้จาก YouTube และเผยถึงฐานแฟนคลับของพวกเขาด้วย

“จากการวิจัยทางสถิติ ช่องของ SME ทาง YouTube เป็นช่องที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเกาหลีในบรรดาช่องอื่นๆทั้งหมด มีผู้ใช้บริการมากที่สุด และมีผู้เข้าชมมากที่สุด และยังติดอันดับที่ 23 จากทั่วโลกในหมวดของศิลปินจากทั่วโลกของ YouTube นอกจากนั้น SM Entertainment ยังมีจำนวนผู้ชมเป็นจำนวนมากที่สุดในวงการบันเทิงเกาหลีทั้งหมด”

“เราสามารถตรวจสอบ YouTube โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ ซึ่งนับว่าเป็นระบบข้อมูลที่สมบูรณ์แบบมาก เรามีกลุ่มอายุแฟนคลับนับตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัย 60 และแฟนๆที่มีมากที่สุดจะเป็นผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 13 – 17 ปี ซึ่งเพลง GEE ของ SNSD ก็สามารถเรียกผู้ชมไปได้ถึง 22 ล้านครั้ง และได้รับความนิยมอย่างมากในอเมริกา, ประเทศไทย, ไต้หวัน และ ญี่ปุ่น ส่วนเพลง Oh ก็มีผู้ชมถึง 19 ล้านครั้ง ซึ่งได้รับความนิยมสูงมากที่ประเทศไทย, สหรัฐฯ และเวียดนาม เพลง Sorry Sorry ของ ซูเปอร์จูเนียร์ มีผู้เข้าชม 16 ล้านครั้ง ได้รับความนิยมมากในไต้หวัน,ไทย, ฟิลิปปินส์ และ มาเลเซีย นอกจากนั้นเพลง Ring Ding Dong ของ SHINee ก็มีผู้เข้าชม 12 ล้านครั้ง โดยได้รับความนิยมในไทย,สหรับอเมริกา, เวียดนาม และ สิงคโปร์”

ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโปรโมทผ่าน YouTube คือ “เราสามารถใช้เครื่องมือของผู้ดูแลเพื่อตรวจสอบปฏิกิริยาเกี่ยวกับเนื้อหาของ SME จากผู้ชมออนไลน์ตามหมวดหมู่ของสถานที่, เวลา, เพศ และกลุ่มอายุ เรายังได้รับรายได้จากสปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุนและให้พวกเขามีพื้นที่โฆษณาในหน้าช่องของเราได้ ผู้ชมก็สามารถดูวิดีโอของพวกเราได้ฟรีขณะที่ YouTube เองก็ให้ความสำคัญกับสัญญาลิขสิทธิ์ที่ได้ทำในแต่ละประเทศด้วย” ตัวแทนจากบริษัท SM Entertainment เผย

ศิลปิน นักแสดง นักร้อง ชายและหญิงที่เป็นแบบอย่างที่ดีมากที่สุดในสายตาประชาชนอันดับแรก

Tuesday, February 24th, 2015

20

คนกรุง 65.1% ชี้ดารา นักร้องออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่เกี่ยวกับการติดตามผลงาน และ 85%เห็นว่าศิลปินไทยมีอิทธิพลต่อการเป็นแบบอย่างที่ดี แต่ติงการแต่งโป๊ การสร้างกระแสผ่านสังคมออนไลน์ ยกเบิร์ด ธงไชย เป็นแบบอย่างที่ดีมากที่สุด ชี้ละครไทยมีแต่แย่งชิง น้ำเน่า ตบตี ยังสู้ซีรีย์เกาหลี ญี่ปุ่นไม่ได้ เนื่องในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้เป็นวันศิลปินแห่งชาติ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “บทบาทของศิลปินและละครไทยในปัจจุบัน” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 1,197 คนพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 84.5 เห็นว่า ศิลปินไทย (นักร้อง นักแสดง) ในปัจจุบันมีอิทธิพลต่อการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 15.5 เห็นว่ามีอิทธิพลต่อการเป็นแบบอย่างที่ดีน้อยถึงน้อยที่สุดเมื่อถามถึงแบบอย่างที่ไม่ดีของศิลปินไทย (นักร้อง นักแสดง) ที่อาจเป็นตัวอย่างให้เยาวชนทำตาม หรือเลียนแบบคือ แต่งตัวโป๊วาบหวิว (ร้อยละ79.0) รองลงมาคือ สร้างกระแสให้ตัวเองผ่าน สังคมออนไลน์ (ร้อยละ 53.5) และดื่มเหล้า สูบบุหรี่ (ร้อยละ 41.8)

สำหรับศิลปิน นักแสดง นักร้อง ชายและหญิง ที่เป็นแบบอย่างที่ดีมากที่สุดในสายตาประชาชนอันดับแรกคือ ธงไชย แมคอินไตย์ (ร้อยละ 14.0) รองลงมาคือ แอน ทองประสม (ร้อยละ 7.5) พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง (ร้อยละ 7.3) อาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน บอดี้สแลม) (ร้อยละ 5.1) และณเดชน์ คูกิมิยะ (ร้อยละ 4.1)นอกจากนี้เมื่อถามว่าการที่นักแสดง นักร้อง ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง มีผลทำให้ไม่ติดตามผลงานใช่หรือไม่ ร้อยละ 65.1 บอกว่า “ไม่ใช่” ขณะที่ร้อยละ 26.4 บอกว่า “ใช่” และร้อยละ 8.5 บอกว่า ไม่แน่ใจด้านความเห็นต่อภาพลักษณ์ละครไทยปัจจุบัน ประชาชนร้อยละ 94.5 เห็นว่ามักมีเนื้อหาแย่งชิงผู้ชาย / ชิงดีชิงเด่น มากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 74.6 เห็นว่ามีการสอดแทรกวัฒนธรรมประเพณีไทย ประวัติศาสตร์น้อยถึงน้อยที่สุดสำหรับแนวละครที่อยากชมมากที่สุดในปีนี้คือ แนวประวัติศาสตร์ไทย (ร้อยละ 57.1) รองลงมาคือ แนวตลก (ร้อยละ 51.6) และแนวชีวิต ดราม่า (ร้อยละ 20.6)สุดท้ายเมื่อถามว่า “ท่านคิดว่าอุตสาหกรรมละครไทยในปัจจุบัน สามารถแข่งขันกับ ซีรี่ย์ เกาหลี ญี่ปุ่น ได้หรือไม่ ร้อยละ 49.7 บอกว่ายังไม่สามารถแข่งขันได้ ขณะที่ร้อยละ 33.4 บอกว่าสามารถแข่งขันได้ และ ร้อยละ 16.9 ไม่แน่ใจ

การคลั่งไคลดารานักร้องเกาหลีมักถูกมองในแง่ลบมาโดยตลอด

Friday, January 30th, 2015

20

วัฒนธรรมเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น ละครเกาหลี ดารายอดนิยมเกาหลี นักร้องเกาหลี การเเต่งตัวสไตล์เกาหลี การใช้สิ่งของต่างๆ ที่ผลิตจากประเทศเกาหลี ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่คนไทยให้ความสนใจมากในปัจจุบันนี้ ในทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มของ “วัยรุ่น” การที่วัฒนธรรมเกาหลีเข้ามาเผยเเพร่ในประเทศไทย เมื่อคลื่นเกาหลีซัดกระหน่ำสังคมไทย  เกาหลีฟีเวอร์กำลังมาแรง  มองไปทางไหนก็เห็นสาวๆแต่งหน้าสวยใสสไตล์เกาหลี  แถมการแต่งตัว  อาหารการกิน  และหนัง  เพลงล้วนมาจากแดนกิมจิ  ซึ่งในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระแสเกาหลีในบ้านเราตอนนี้กำลังมาแรง  โดยเฉพาะในวัยรุ่นปัจจุบันและเมื่อเกาหลีจับกระแสฮิตนี้ได้ก้อส่งสิ่งต่างๆเหล่านี้มาโปรโมตในบ้านเราอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว  ทำเอาจำนวนผู้คนที่ชื่นชอบเกาหลีเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วไม่เฉพาะในวัยรุ่นเท่านั้น  จนทำให้มีหลายคนอาจสงสัย ว่าการที่กระแสเกาหลีหรือปรากฏการณ์ “ฮัลริว” (Hallyu กระแสความนิยมเกาหลี) เข้ามามีบทบาทต่อสังคมและวัยรุ่นไทยนั้นจะส่งผลกระทบกับวัยรุ่นไทยหรือไม่อย่างไร

การคลั่งไคลดารานักร้องเกาหลีมักถูกมองในแง่ลบมาโดยตลอด  ทั้งที่ความเป็นจริงศิลปินจากแดนกิมจิสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟนคลับชาวไทยได้อย่างมากมายจึงเป็นที่มาให้นิสิตคนหนึ่งจาก มหาบัณฑิตจากคณะนิเทศศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสนใจศึกษาวัฒนธรรมแฟนคลับของกลุ่มดารานักร้องเกาหลี  ภายใต้หัวข้อวิจัย “การสื่อสารปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกึ่งความจริงและการเรียนรู้คุณค่าทางบวกจากศิลปินดารานักร้องเกาหลีของกลุ่มแฟนคลับ”  โดยมุ้งเน้นศึกษาการเรียนรู้คุณค่าทางบวกจากศิลปินดารานักร้องเกาหลีเป็นหลักพบว่าแฟนคลับเกิดจากการรวมกลุ่มและติดตามข้อมูลของศิลปินดารานักร้องเกาหลีอย่างสม่ำเสมอโดยเริ่มจากความชอบในรูปลักษณ์ภายนอก  แต่มีการพัฒนาไปสู่การตืดตามข้อมูลของศิลปินแต่ละคน  เช่นภูมิหลัง  หรือเส้นทางในการเข้าสู่วงการเพลงและวงการบันเทิง  ทำให้เห็นความพยายามของนักร้องดาราแต่ละคนผู้วิจัยยังพบว่า แฟนคลับได้รับแรงบันดาลใจในหลายๆด้าน จากศิลปินดารานักร้องเกาหลี  และสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เริ่มจากการเรียนรู้เรื่องความพยายามอดทน  เช่น  เรื่องการออดิชั่นกันหลายรอบของนักร้องเกาหลี

ทางการผลิตข่าวบันเทิง ศิลปิน ผ่านวิวัฒนาการเทคโนโลยี

Thursday, December 25th, 2014

เมื่อประมาณสิบปีก่อนนักเทคโนโลยีและนักสื่อสารมวลชนบางส่วนได้มีการทำนายถึงอนาคตของรูปแบบในการสื่อสารที่เปลี่ยนไป บ้างทำนายว่าสื่อสิ่งพิมพ์กระดาษจะหมดความสำคัญลง ซึ่งในยุคปัจจุบันก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสื่อสิ่งพิมพ์ยังคงมีความสำคัญอยู่ ถึงแม้มูลค่าทางการตลาดจะลดลงจำนวนไม่น้อย แต่ในปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีมีราคาที่ถูกลงและรวดเร็วมากขึ้นสิ่งที่เข้ามาทดแทนก็คือช่องทางในการเข้าถึงข่าวสารใหม่ๆ นั่นก็คือโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ที่มีราคาตั้งแต่หลักไม่กี่พันถึงหลักหมื่นต้นๆ ให้ผู้ใช้ได้เลือกใช้

นักเทคโนโลยีและนักสื่อสารมวลชนก็เคยทำนายเช่นเดียวกันว่าการกำเนิดขึ้นของชนชั้นนักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่ ที่เรียกว่า Mobile Journalists หรือ MoJo จะแพร่หลายมากขึ้นในเมื่อทุกๆคนสามารถเล่นบทบาทของผู้สื่อข่าวได้ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่เราอาจจะลืมพูดในอีกแง่มุมหนึ่งก็คือ การสื่อสารในรูปแบบใหม่ก็สร้างผู้อ่านกลุ่มใหม่เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการสื่อสารแบบตัดตัวกลางออกคือ สามารถเลือกสื่อสารกับแหล่งข่าวได้โดยตรง

ในประเทศไทยนั้นเราจะเห็นลักษณะการสื่อสารดังกล่าวชัดเจนที่สุดกับวงการข่าวบันเทิง ที่แพลตฟอร์มใหม่ๆ ทำให้เราสามารถสื่อสารได้กับดาราโดยตรง หากมองเฉพาะวิวัฒนาการความสัมพันธ์ของวงการบันเทิงไทยระหว่างศิลปินดารากับกลุ่มแฟนคลับ ในวันนี้ถือว่ารูปแบบความสัมพันธ์นั้นเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก

ในอดีตยุคหลังปี 2500 การได้พบกับตัวตนของศิลปินดารานั้น สามารถทำได้ยากมากเนื่องจากอัตราเฉลี่ยระหว่างดารากับประชาชนนั้นอยู่ในอัตราที่น้อยมาก ดาราจึงมีลักษณะเป็นกลุ่มบุคคลเฉพาะที่มีสถานะทางสังคมเป็นดั่งบุคคลพิเศษ การที่จะได้พบเห็นดาราในแต่ละครั้งนั้น อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ซับซ้อน เช่น การจ้างงานโชว์ตัวประเภทปิดโรงภาพยนตร์ หรือพิธีการบวงสรวงเปิดกองภาพยนตร์ต่างๆ ข่าวคราวเกี่ยวกับดารานั้นเป็นรูปแบบการสื่อสารทางเดียวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบข่าวแจกจากกองภาพยนตร์ต่างๆ ที่มีการคัดกรอง ดังนั้นดาราในยุคนั้นมีอิทธิพลในการกำหนดการสื่อสารต่อรองได้ เช่น ดาราบางคนสามารถปกปิดข่าวการมีครอบครัวของตนเอง จนมาถึงยุคที่สังคมเปิดกว้างให้พระเอก-นางเอกมีครอบครัวได้

ต่อมาในช่วงยุคหลัง 2520 ดาราเริ่มมีจำนวนที่มากขึ้นโดยเฉลี่ย การสื่อสารเทคโนโลยีต่างๆ ได้เข้ามาสู่ประเทศไทยได้มากขึ้น เช่น การเกิดขึ้นของโทรทัศน์ที่มีราคาถูกลงที่กลายเป็นสื่อบันเทิงประจำครอบครัวที่มีกำลังซื้อและแหล่งชุมชนที่เป็นพื้นที่สาธารณะ เช่น ร้านกาแฟและร้านเสริมสวย การเกิดขึ้นของเครื่องเล่นวีดีโอที่ทำให้ภาพยนตร์ที่ลาโรงแล้วสามารถนำมาฉายซ้ำได้ สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงการสื่อสารอย่างไร? การที่ผู้ชมได้รวมกลุ่มกันวิพากษ์วิจารณ์ทำให้สถานะศักดิ์สิทธิ์ของดารานั้นลดน้อยถอยลง ผู้ชมมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น สิ่งที่วัดระดับสมัยนั้นที่เรียกว่าเรตติ้ง (rating) สามารถยืนยันความนิยมของแต่ละคนได้ ดังนั้นผู้จัดละคร หรือสื่อมวลชนจึงเริ่มเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้น ทั้งในด้านการปรับภาพลักษณ์ของดารา การกำหนดความนิยมว่าจะให้ใครรุ่งหรือร่วง รวมไปถึงดาราเองก็ใช้สื่อมวลชนเป็นเผยแพร่สารของตนไปสู่กลุ่มผู้ชม เราจะเห็นการเกื้อหนุนของระบบนี้ได้ดีที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว

สถานะดังกล่าวดำรงต่อเนื่องมาจนถึงช่วงยุคทศวรรษก่อนแต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบผ่านเทคโนโลยีอยู่บ้าง เช่น จากแผ่นเสียง สู่เทป มาถึงซีดี หรือการขยายโอกาสในด้านของภาพยนตร์สู่ระบบมัลติเพล็กซ์ แต่ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปร่างของ สื่อกลางที่นำสารต่างๆ ไปยังกลุ่มผู้รับสารเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ระบบความสัมพันธ์ระหว่างดารา นักข่าว และผู้รับสารเปลี่ยนไปตลอดกาล มีอยู่สองปัจจัยด้วยกัน อันได้แก่ การเข้ามาถึงเข้ายุคดิจิทัล และ จำนวนสัดส่วนระหว่างดารากับแฟนๆ

ในช่วงกลางทศวรรษ 2540 เทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งมาพร้อมกับราคาที่ถูกลงของ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและระบบสื่อความบันเทิงดิจิทัลทั้งเอ็มพีสาม (MP3) และโทรศัพท์มือถือที่เริ่มสามารถให้กลุ่มผู้ชมมีสถานะเป็นผู้เลือกได้มากขึ้น เช่น เราสามารถเลือกเพลงผ่านเอ็มพีสามโดยคละศิลปิน คละค่าย คละภาษา ผ่านโปรแกรมที่ใช้ฟังเพลงบนคอมพิวเตอร์ได้ แทนที่จะต้องเลือกฟังจากซีดีหลายๆ แผ่นจากหลายๆ ศิลปิน ปัญหาและปัจจัยของความแพร่หลายของยุคดิจิทัลในยุคแรกก็คือ ราคาที่ยังสูงอยู่ และลักษณะการพกพาที่ยังไม่สามารถทำได้สะดวกนัก ซึ่งในช่วงนั้นสื่อมวลชนบางส่วนได้มีการปรับกลยุทธ์เพื่อให้รองรับยุคดิจิทัลแล้ว เช่น การแยกกองบรรณาธิการสิ่งพิมพ์และกองบรรณาธิการเว็บข่าวของเครือผู้จัดการ รวมไปถึงวัฒนธรรมเว็บบอร์ดที่เฟื่องฟูในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้ผู้รับสารสามารถมีสิทธิ์มีเสียงในการวิจารณ์และให้ความเห็นส่วนตัวต่อผลงานต่างๆ ซึ่งเป็นการลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของนักวิจารณ์ตามหน้าสื่อบันเทิงตามต่างๆ ทางด้านค่ายบันเทิงต่างๆ ก็มีการปรับกลยุทธ์ทั้งในการลดราคาผลงานเช่น ซีดี ในราคาที่ถูกลงเพื่อให้สามารถรักษากลุ่มแฟนๆ ไว้ได้ ทั้งยังให้เลือกซื้อสินค้าลิขสิทธิ์ รวมไปถึงการออกกลยุทธการตลาดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ ในช่วงเวลานั้น

3 ก้าวแห่งความสำเร็จในอาชีพศิลปินนักร้อง นักดนตรี

Monday, November 24th, 2014

นักดนตรีเป็นอาชีพที่หลายๆคนใฝ่ฝัน เป็นอาชีพที่มีทั้งชื่อเสียง เงินทอง ความสนุก ความเท่ ( ถ้ามองจากภายนอก ) เราเป็นผู้เสพ หรือแฟนเพลง เรามองเห็นถึงข้อดีของการเป็นนักดนตรีมากมาย และหลายคนก็พยายามที่จะเป็นให้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ถ้าตัวเอง และคนรอบข้างไม่เดือดร้อนมากมายนัก ไม่ใช่นักดนตรี เล่นดนตรีไม่เก่ง เป็นนักดนตรีอาชีพไม่ได้ แต่เป็นคนชอบฟังเพลง ชอบอ่านเรื่องราวของนักดนตรี จึงพอจะมีข้อคิดมาแลกเปลี่ยนให้นักดนตรีที่ฝันจะเป็นนักดนตรีอาชีพได้อ่านบ้าง เผื่อเป็นประโยชน์

การฝึกฝนอยู่เสมอจะช่วยให้เราก้าวไปใกล้กับความสำเร็จในอาชีพ นักร้อง นักดนตรีมากขึ้น 3 T’s แห่งความสำเร็จในอาชีพนักร้อง เราสามารถเอาแนวคิดนี้ไปประยุกต์ในการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้  คือ The Three T’s of success คือสามสิ่งในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ

T ที่หนึ่งคือ Talent (พรสวรรค์พิเศษ) การจะเป็นนักร้องสิ่งนี้ช่วยได้มากหากว่าเราเป็นคนที่มีพื้นฐานเสียงดี ร้องเพลงเพราะ มีMusicality สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ส่วนใหญ่ติดตัวมาแต่เกิดและสะสมมาเรื่อยๆในชีวิต เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่แข่งกันได้ยาก  เหมือนกับที่เราเกิดมามีหน้าตา ส่วนสูงไม่เหมือนกัน เสียงตามธรรมชาติก็ไม่เหมือนกัน ลองจินตนาการว่าเราไปว่ายน้ำแข่งกับ Michael Phelps ที่เกิดมาแล้วสรีระเอื้ออำนวยให้กับการว่ายน้ำมากเป็นพิเศษ เราก็คงจะไปเทียบด้วยไม่ไหว เพราะสรีระเราไม่ได้ช่วยขนาดนั้น แต่ถ้าจะถามว่าถ้าเราจะว่ายน้ำให้เก่งขึ้นให้เร็วขึ้นได้ไหม ทุกคนจะคงจะมีคำตอบที่เหมือนกันว่า ได้ ถ้าเราหมั่นฝึกฝน การร้องเพลง หรือเรียนดนตรีก็เหมือนกัน ครูเจอยากจะให้ทุกคนเข้าใจในเสียงของตัวเองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว และอย่าเอาไปเปรียบกับคนอื่นว่าทำไมเสียงเรามันไม่เพราะเหมือนคนอื่น ถ้าเราจะเปรียบเทียบกับ เอามาเปรียบเทียบกับตัวเองดีกว่า ว่าเราสามารถทำให้มันดีขึ้นได้ไหม ซึ่งตรงนี้จะแหละจะทำให้เราก้าวสู่ขั้นที่สอง

Tenacity (ความมุ่งมั่น)
ตัว นี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดให้ 3 T’s Tenacity แปลว่าความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ และ ความสม่ำเสมอ สิ่งนี้ขาดแทบไม่ได้เลยนะครับสำหรับการดำรงชีวิตให้ได้ตามที่เราฝันไว้ สิ่งนี้จะช่วยให้Talentเราดีขึ้น เพราะเป็นการฝึกฝนและทำอย่างต่อเนื่อง คนที่มีTalentดีแต่ไม่มีความมุ่งมั่นพอก็อาจจะล้มเลิกเป้าหมายไปก่อนจะได้ โอกาสมา หรือมีTalent แต่ไม่ฝึกฝนจนตามคนอื่นไม่ทัน สิ่งนี้อยู่ในใจครูเจตลอด เนื่องจากว่าเป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ เราสามารถเอาใจสู้และสร้าง Talent เราให้แข็งแรงขึ้นได้ สิ่งนี้เกิดขึ้นกับตัวครูเจเอง เมื่อสมัยเด็กๆครูเจก็ไม่ได้ร้องเพลงเก่งอะไร เคยโดนเพื่อนๆบอกว่าให้เลิกฝันที่จะเอาดีด้านดนตรีเถอะเพราะเพื่อนๆกลัวว่า เราจะไปไม่รอด และเราก็ต้องไม่อายที่จะยอมรับในสิ่งที่เราไม่รู้เพื่อที่เราจะได้แก้ไขให้ ถูกจุด ไปหาเรียนเพิ่มเติม และหาจุดเด่นของเราและทำให้ตรงนั้นมันแข็งแรงเพื่อที่เราจะได้มีเอกลักษณื ที่เด่นชัดขึ้น เพราะเมื่อโอกาสมา เราจะได้อยู่ในสภาวะที่พร้อมที่สุด สิ่งนี้ก็จะเป็นอีก T หนึ่งก็คือ

Timing (จังหวะและโอกาส)
T ตัวนี้เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ยากที่สุดใน 3 T’s เพราะว่ามันมักจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา แต่เราสามารถที่จะสร้างโอกาสหรือเอาตัวเราเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่จะเกิด โอกาสดีๆให้กับ

ขั้นตอนของการเข้าสู่ดวงดาวศิลปินของชาวเกาหลี

Tuesday, October 21st, 2014


อาชีพนักร้อง นักดนตรี หรือที่ค่ายเพลงมักจะเรียกกลุ่มคนที่ทำอาชีพนี้ว่า “ศิลปิน” นั้นถือเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องการแสดงความสามารถอันจะนำมาซึ่งชื่อเสียง ค่าตอบแทนที่งดงาม โอกาสทางสังคม และอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อมีเวทีประกวดการร้องเต้น เล่นดนตรี หรือเวทีแสดงความสามารถในรูปแบบอื่นๆ อาทิ รายการเรียลิตี้โชว์ เราจึงเห็นผู้คนมากมายขวนขวายมุ่งไปเพื่อไขว่คว้าโอกาสการเป็นศิลปิน

หนทางและวิธีในการผลิตศิลปินสู่ตลาดของสามค่ายยักษ์ใหญ่มี 7 ขั้นตอนดังนี้
1. คัดตัว (Audition)
เริ่มจากทางค่ายจะเสาะหาศิลปินที่มีความสามารถ พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง โดยแรกเริ่มจะทำการดูกระแสนิยมและคิดโพรเจ็กต์ที่จะนำเข้ามาตีตลาด ซึ่งแผนงานนี้ไม่ใช่วางปีต่อปี แต่เป็นการวางแผนการตลาดของทางค่ายระยะยาวเกินกว่า 5 ปีขึ้นไป หลังจากนั้นจึงจะทำการค้นหาศิลปิน ที่ตรงตามคาแร็กเตอร์ที่ได้วางเอาไว้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 20 ปี เพราะถ้านำเด็ก ๆ มาฝึกก็จะมีช่วงของการพัฒนาได้มาก อีกทั้งหากนำเด็กผู้ชายมาฝึกในช่วงอายุมาก ก็จะติดในเรื่องของการเกณฑ์ทหาร ซึ่งจะทำให้การฝึกไม่ต่อเนื่องนั่นเอง
2. ลบข้อด้อยทางความสามารถ
หาใช่ว่าผ่านการออดิชั่นเข้ามาแล้วจะได้ออกอัลบั้มเลย เพราะศิลปินแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน หากจะออกการแสดงเป็นกลุ่ม ก็จะต้องทำให้ค่าเฉลี่ยความสามารถของแต่ละคนนั้นเท่าเทียมกัน หรือใกล้เคียงกันที่สุด หากใครที่เต้นเก่งก็ต้องไปพัฒนาเสียงร้อง ส่วนใครที่ร้องเพลงเก่งก็ต้องไปพัฒนาในเรื่องของการเต้น โดยจะมีการทดสอบในแต่ละอาทิตย์ในเรื่องของพัฒนาการ ซึ่งถ้าหากใครสอบไม่ผ่านก็จะถูกคัดออกไปในที่สุด ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนี้ใช้เวลากันอย่างน้อย 3-5 ปี ซึ่งศิลปินจะต้องอยู่ในวินัยอย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็น ห้ามมีแฟน ห้ามหนีเที่ยว ห้ามดื่มเหล้า เพื่อผลต่อตัวศิลปินและทางค่ายนั่นเอง
3. ลบข้อด้อยทางกายภาพ
ศิลปินบางคนนั้นมีความสามารถมาก แต่ด้อยในเรื่องของหน้าตาจนน่าเสียดาย ทางค่ายก็จะนำไปปรึกษาแพทย์ทางการศัลยกรรมเพื่อลดข้อด้อยดังกล่าว จะเสริมจมูก ทำตาสองชั้น ลดไขมัน หน้าท้อง ทำขาให้เรียวเล็ก หรืออะไรก็ตาม ซึ่งส่วนนี้จะเป็นทุนของทางต้นสังกัด ที่จะออกทุนให้กับศิลปินดังกล่าว แล้วค่อยมาเรียกเก็บในภายหลังที่ออกอัลบั้มและทำรายได้แล้วนั่นเอง โดยศิลปินเกาหลีที่เราเห็นในทุกวันนี้ 99% ล้วนผ่านการศัลยกรรมมาแล้วทั้งสิ้น มีส่วนน้อยมากที่ไม่ทำศัลยกรรมใด ๆ เลย
4. ซ้อมเพลงโชว์
หลังจากศิลปินผ่านการลบข้อด้อยทั้งหมด ทางค่ายก็จะเริ่มแต่งเพลงและคิดการแสดงขึ้น เพื่อให้ศิลปินทำการร้อง และฝึกซ้อมเต้นเพื่อนำขึ้นแสดง ซึ่งเพลงที่ซ้อมนั้นมีจำนวนไม่เกิน 2 เพลง แต่ซ้อมกันเป็นปี เพื่อให้ชินกับเพลงและเต้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเพรียง และออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งศิลปินต่างบอกว่านี่เป็นกระบวนการที่ทรมานมาก เพราะจะต้องซ้อมเพลงเดิมซ้ำ ๆ อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งเมื่อซ้อมจนเป็นที่พอใจตามมาตรฐานของทางค่ายแล้ว จึงจะทำออกมาเป็น Music Video สู่สายตาผู้คนนั่นเอง
5. เปิดตัว (Debut)
หลังจากทำ Music Video ออกมา ศิลปินก็จะขึ้นแสดงเปิดตัว โดยออกไปตามรายการคอนเสิร์ต แต่การขึ้นแสดงหาใช่ว่าศิลปินนักร้องโดยสมบูรณ์ แต่มันเป็นการชิมลางตลาดว่ามาถูกทางหรือไม่ ถ้าไม่ถูกทางก็ต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขส่วนที่เป็นจุดบกพร่อง เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด ถ้าหากแก้ไข แล้วยังไม่เป็นที่พอใจของตลาดหรือผู้ชม ก็ต้องพับเก็บเอาไว้ ถือว่าลงทุนล้มเหลว ซึ่งก็มีหลายทีมที่ประสบความสำเร็จและหลายทีมที่ต้องพับไป ส่วนช่วยในเรื่องของการโปรโมทนี้ ศิลปินที่เปิดกรุ๊ปต่าง ๆ ไม่ว่าชายหรือหญิง ทางค่ายจะมีการวางตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์ประจำกลุ่มอยู่ ซึ่งมีความสำคัญมาก คนที่ประจำตำแหน่งนี้ จะเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว หรือหน้าตาดี เพื่อทำให้เกิดจุดสนใจ และเป็นการโปรโมท ทำให้ผู้ชมรู้จักกับวงไปในตัว หากจะยกตัวอย่างให้เห็นก็เช่น Ahn So Hee (Wonder Girls), นิชคุณ (2pm) หรือ ยุนอา (Girl’s Generation)
6. ออกอัลบั้ม
เมื่อวัดกระแสตอบรับของศิลปินแล้ว ผลการตอบรับดี ก็จะเป็นเครื่องยืนยันให้กับทางค่ายว่ามาถูกทาง ทางค่ายก็จะออกชิงเกิ้ลตัวต่อ ๆ ไปให้กับศิลปินเพื่อออกโชว์ จนเพลงมีจำนวนมากพอที่จะออกเป็นอัลบั้ม จึงจะทำเป็นอัลบั้มวางขาย ซึ่งอัลบั้มก็จะมีรูปลักษณ์ที่สวยงามน่าเก็บสะสม ดึงดูดใจแฟนเพลงได้เป็นอย่างดี และในระหว่างนั้นทางศิลปินจะตระเวนออกรายการทีวีวาไรตี้ต่าง ๆ เพื่อต่อกระแสโปรโมทให้กับทางค่ายและกับตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ไม่ให้กระแสตกนั่นเองครับ
7. สร้างกลุ่มศิลปินใหม่ทดแทน
อย่างไรก็ตาม กลุ่มศิลปินทุกกลุ่มก็ย่อมมีวันเหนื่อยล้า วันหมดแรง วันที่แยกวง และมีวันที่กระแสความนิยมนั้นหมดไป จึงเป็นเหตุให้ทางค่ายต้องปั้นศิลปินใหม่ออกมาอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งการที่ทางค่ายมีศิลปินที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะทำการโปรโมทศิลปินกลุ่มใหม่ เพราะนอกเหนือจากการออกโชว์การแสดงแล้ว ทางค่ายจะจัดทำกิจกรรมร่วมกัน ระหว่างศิลปินกลุ่มเก่ากับศิลปินกลุ่มใหม่ และจัดทำเป็นรายการโปรโมทออกสู่ทางรายการทีวี เพื่อสร้างกระแสความนิยมให้กับศิลปินกลุ่มใหม่ และต่อความนิยมให้กับศิลปินกลุ่มเก่า และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจให้กับทางค่ายเพลงนั่นเอง

ความสามารถที่แตกต่างกันในการจะเป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

Monday, September 29th, 2014

นักร้อง ศิลปินเกาหลีในช่วงนี้ต่างชิงตลาดเพลงและแข่งกันกวาดคะแนนความนิยมอย่างท้วมท้นไปแล้วทั่วเอเชียซึ่งนับว่าในปัจจุบันนี้วงการเพลงของเกาหลีใต้นั้นก้าวหน้าอย่างมากในเอเชียซึ่งสามารถทำให้ขยายความนิยมแล้วอย่างมากทั่วโลกยิ่งโดย วงบอยแบนด์ ที่เดบิวต์ เมื่อเจ็ดปีก่อน หรือมากกว่านั้น ที่สามารถสร้างกระแสวัฒนธรรมเพลงเกาหลี ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างได้อย่างงดงาม และในขณะนี้ วง Boy Band รุ่นใหม่ กำลังจะมาขโมยหัวใจแฟนๆอีกครั้ง ทั้งในตลาดเพลงในประเทศ และทั่วเอเชีย การจัดอันดับในครั้งนี้ จะทำการรวบรวมสถิติ จากผลงานของนักร้องในแต่ละวง โดยดูจากคะแนนผลงานเพลง วัดจากอันดับในชาร์ทเพลง ยอดขายอัลบั้ม รางวัลที่ได้รับ จากการไปออกรายการเพลง จำนวนแฟนคาเฟ่ และอื่นๆ โดยจะเลือกงานเพลงที่โดดเด่นที่สุด ในปี 2013 ของแต่ละวงมาเพื่อตัดสินในหมวดต่างๆซึ่งได้รวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ

การเดินเข้าสู่วงการศิลปินนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่ใช่เพียงแต่ใช้หน้าตาที่หล่อหรือสวย แต่ต้องอาศัยความอดทนและความสามารถในตัวเอง การจะเป็นศิลปินที่โด่งดังไม่ใช่ว่าจะสามารถเป็นกันได้ทุกคน บางคนดังเพียงช่วงแรกๆ บางคนดังทั้งกระแสการตอบรับจากแฟนๆมากมายจนโด่งดังไปทั่วโลกก็มี เช่นเดียวกับศิลปินเกาหลีซึ่งการเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังนั้นไม่ได้มาง่ายๆ ต้องมีการฝึกฝนที่เคร่งครัด ต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เริ่มต้นการเข้าสู่เส้นทางศิลปินเกาหลีนั้น ต้องเริ่มจากการ คัดตัวหรือออดิชั่น ซึ่งส่วนมากแล้ว ทางค่ายใหญ่ของเกาหลีนั้นจะมีการคัดตัวเด็กตั้งแต่ 12 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี เพราะถ้านำเด็ก ๆ มาฝึกก็จะมีช่วงของการพัฒนาได้มาก อีกทั้งหากนำเด็กผู้ชายมาฝึกในช่วงอายุมาก ก็จะติดในเรื่องของการเกณฑ์ทหาร ซึ่งจะทำให้การฝึกไม่ต่อเนื่องนั่นเอง

ศิลปินแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน หากจะออกการแสดงเป็นกลุ่ม ก็จะต้องทำให้ค่าเฉลี่ยความสามารถของแต่ละคนนั้นเท่าเทียมกัน หรือใกล้เคียงกันที่สุด ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนี้ใช้เวลากันอย่างน้อย 3-5 ปี ซึ่งศิลปินจะต้องอยู่ในวินัยอย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็น ห้ามมีแฟน ห้ามหนีเที่ยว ห้ามดื่มเหล้า เพื่อผลต่อตัวศิลปินและทางค่ายนั่นเอง รวมไปถึงการลบข้อด้อยทางกายภาพ ศิลปินเกาหลีส่วนใหญ่แล้วต้องผ่านการศัลยกรรมหน้าตาซึ่งทางค่ายจะดูว่ามีจุดเป็นข้อด้อยอย่างไร โดยศิลปินเกาหลีที่เราเห็นในทุกวันนี้ 99% ล้วนผ่านการศัลยกรรมมาแล้วทั้งสิ้น มีส่วนน้อยมากที่ไม่ทำศัลยกรรมใด ๆ เลย ต่อมาทางค่ายเพลงก็เริ่มให้ศิลปินนั้นซ้อมเพลงและคิดเพลงที่จะเปิดตัวเพลงแรกขึ้นโดย จำนวนเพลงที่ฝึกซ้อมนั้นจะไม่เกิน 2 เพลง และจะซ้อมกันเป็นปีเพื่อให้ศิลปินมีความพร้อมเพรียง และออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งกระบวนการนี้ต้องซ้อมทุกวันวันละหลายๆชั่วโมง พอค่ายเห็นว่าศิลปินมีความพร้อมแล้วก็จะมีการทำ Music Video ขึ้นเพื่อโปรโมทถือว่าเป็นการเปิดตัวศิลปินในจุดนี้ถือเป็นจุดที่ลุ้นพอตัวของศิลปินว่าจะเกิดหรือจะดับ

เข้าสู่การเป็นศิลปินหญิงเกาหลี ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย

Monday, August 18th, 2014


ค่ายเพลงเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายตลาดของวงการบันเทิงเกาหลี เพราะค่ายจะทำหน้าที่ผลิตศิลปินออกมาสู่ท้องตลาด ซึ่งกว่าจะออกมาได้นั้น ก็ต้องผ่านกระบวนการคิดสร้างสรรค์มาเป็นอย่างดี สามค่ายใหญ่ ๆ ในเกาหลีอย่าง SM Entertainment, YG Entertainment และ JYP Entertainment เป็นสามค่ายยักษ์ที่ผลิตศิลปินคุณภาพออกมาตลอด มีคนมาออดิชั่นมากมาย เพราะเหล่าผู้ที่เข้ามาออดิชั่นนั้น ต่างรู้ว่าสามค่ายนี้มีเปอร์เซ็นต์สูงมากที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงโด่งดัง แม้ว่ากระบวนการในการที่จะเป็นศิลปิน หลังจากผ่านการคัดตัวเข้าค่ายยักษ์ใหญ่นั้น จะหนักหนาสาหัสขนาดไหนก็ตาม แต่ทุกคนต่างก็เลือกที่จะเข้ามานั่นเอง เพราะไม่ใช่ศิลปินทุกคนที่จะประสบความสำเร็จ

การเดินเข้าสู่วงการศิลปินนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่ใช่เพียงแต่ใช้หน้าตาที่หล่อหรือสวย แต่ต้องอาศัยความอดทนและความสามารถในตัวเอง การจะเป็นศิลปินที่โด่งดังไม่ใช่ว่าจะสามารถเป็นกันได้ทุกคน บางคนดังเพียงช่วงแรกๆ บางคนดังทั้งกระแสการตอบรับจากแฟนๆมากมายจนโด่งดังไปทั่วโลกก็มี เช่นเดียวกับศิลปินเกาหลีซึ่งการเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังนั้นไม่ได้มาง่ายๆ ต้องมีการฝึกฝนที่เคร่งครัด ต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เริ่มต้นการเข้าสู่เส้นทางศิลปินเกาหลีนั้น ต้องเริ่มจากการ คัดตัว หรือ ออดิชั่น ซึ่งส่วนมากแล้ว ทางค่ายใหญ่ของเกาหลีนั้นจะมีการคัดตัวเด็กตั้งแต่ 12 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี เพราะถ้านำเด็ก ๆ มาฝึกก็จะมีช่วงของการพัฒนาได้มาก อีกทั้งหากนำเด็กผู้ชายมาฝึกในช่วงอายุมาก ก็จะติดในเรื่องของการเกณฑ์ทหาร ซึ่งจะทำให้การฝึกไม่ต่อเนื่องนั่นเอง

ศิลปินหญิงแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน หากจะออกการแสดงเป็นกลุ่ม ก็จะต้องทำให้ค่าเฉลี่ยความสามารถของแต่ละคนนั้นเท่าเทียมกัน หรือใกล้เคียงกันที่สุด ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนี้ใช้เวลากันอย่างน้อย 3-5 ปี ซึ่งศิลปินจะต้องอยู่ในวินัยอย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็น ห้ามมีแฟน ห้ามหนีเที่ยว ห้ามดื่มเหล้า เพื่อผลต่อตัวศิลปินหญิงและทางค่ายนั่นเอง รวมไปถึงการลบข้อด้อยทางกายภาพ ศิลปินหญิงเกาหลีส่วนใหญ่แล้วต้องผ่านการศัลยกรรมหน้าตาซึ่งทางค่ายจะดูว่ามีจุดเป็นข้อด้อยอย่างไร โดยศิลปินเกาหลีที่เราเห็นในทุกวันนี้ 99% ล้วนผ่านการศัลยกรรมมาแล้วทั้งสิ้น มีส่วนน้อยมากที่ไม่ทำศัลยกรรมใด ๆ เลย ต่อมาทางค่ายเพลงก็เริ่มให้ศิลปินนั้นซ้อมเพลงและคิดเพลงที่จะเปิดตัวเพลงแรกขึ้นโดย จำนวนเพลงที่ฝึกซ้อมนั้นจะไม่เกิน 2 เพลง และจะซ้อมกันเป็นปีเพื่อให้ศิลปินมีความพร้อมเพรียง และออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งกระบวนการนี้ต้องซ้อมทุกวันวันละหลายๆชั่วโมง พอค่ายเห็นว่าศิลปินมีความพร้อมแล้วก็จะมีการทำ Music Video ขึ้นเพื่อโปรโมทถือว่าเป็นการเปิดตัวศิลปินในจุดนี้ถือเป็นจุดที่ลุ้นพอตัวของศิลปินว่าจะเกิดหรือจะดับ

กลยุทธ์การเจาะตลาดเอเชียของ K-Pop โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ

Tuesday, June 17th, 2014

ปัจจุบันกระแสความนิยมเกาหลี หรือ Korean Wave ได้แพร่ขยายไปทั่วทั้งเอเชีย จากเดิมที่เกาหลีใต้เป็นเพียงประเทศเล็กๆ ที่มีวัฒนธรรมไม่โดดเด่นเท่ากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน หรือญี่ปุ่น ที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมสูง แต่เกาหลีใต้ได้พยายามประชาสัมพันธ์ตัวเอง และเผยแพร่วัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแปลงต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ให้เป็นสินค้าทางวัฒนธรรมผ่านการวางแผนยุทธศาสตร์ มีการเตรียมความพร้อมที่ชัดเจนและจริงจัง จนกลายเป็นแบรนด์สินค้าวัฒนธรรมที่มีศักยภาพอย่างยิ่งในการเจาะตลาดเอเชีย สร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล โดยหนึ่งในวิธีการเจาะตลาดเอเชียของเกาหลีใต้ที่จะต้องกล่าวถึงคือ กระแส K-POP เป็นที่ทราบกันดีว่า ตลาดบันเทิงเอเชียในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยศิลปิน/นักร้องชาวเกาหลี (Idol) ไม่ว่าจะเป็นศิลปินเดี่ยว หรือกลุ่ม และเป็นที่นิยมอย่างถึงขีดสุดในระยะเวลา 5 ถึง 10 ปีที่ผ่านมา จัดเป็นผลผลิตชั้นยอดของเกาหลีใต้ที่พัฒนาให้ศิลปินเหล่านี้กลายเป็น “แบรนด์ทางวัฒนธรรม” จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า เกาหลีใต้ทำได้อย่างไรถึงสามารถสร้างปรากฎการณ์ K-POP Fever ขึ้นในทวีปเอเชีย โดยบทความฉบับนี้จะวิเคราะห์เบื้องต้นถึงแนวทางการสร้าง Idol และกลยุทธ์ทางการตลาดของเกาหลีใต้ในการช่วงชิงพื้นที่ความนิยมไปจากสินค้าทางวัฒนธรรมกระแสเดิม

การส่งเสริมการขาย การนำ K-POP เจาะตลาดเอเชีย จนทำให้เกิดกระแส Korean Fever ขึ้นในหลายประเทศในเอเชีย สิ่งที่เป็นกลไกสำคัญที่สุดคือการส่งเสริมการขาย จัดเป็นสุดยอดทางการตลาดของเกาหลีใต้ในยุคนี้ ซึ่งการส่งเสริมการขายของเพลงเกาหลีจะอยู่ในรูปแบบการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมไปถึงสื่อออนไลน์ เพื่อเป็นการโปรโมท Idolในช่วงก่อนที่ผลงานเพลงจะออกวางจำหน่าย รวมทั้งการเปิดตัวในงานต่างๆ รวมทั้งการจัดทัวร์คอนเสิร์ตเพื่อโปรโมท Idol และงานเพลงให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชีย อีกทั้งบริษัทหรือค่ายเพลงต่างๆ ยินยอมให้นักร้องในสังกัดตนเองเข้าร่วมรายการวาไรตี้ ทั้งเป็นพิธีกรและแขกรับเชิญ เช่น รายการ Star King ที่มี Idol รับเชิญมาเป็นกรรมการพิจารณาความสามารถของผู้เข้าแข่งขันจากทางบ้าน รายการ We got Married ที่นำ Idol แต่ละคนมาทดลองใช้ชีวิตร่วมกันเหมือนคู่แต่งงาน รายการเพลง Inkigayo เป็นต้น รวมทั้งการเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา เพราะนอกจากจะเป็นการโปรโมทที่ดีแล้ว บริษัทยังได้รับส่วนแบ่งรายได้จากค่าตัวของ Idol แต่ละคนด้วย มีการเปิดเผยตัวเลขค่าจ้าง Idol ของเกาหลีที่เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาในปี 2554 ซึ่งมีมูลค่าสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น Rain และ Bigbang ค่าจ้างอยู่ที่ 1-1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ 2PM Girl Generation ลี เฮียว ริ และวง 2NE1 ค่าจ้างจะอยู่ที่ 8-9 แสนเหรียญสหรัฐ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่งในการขยายฐานแฟนเพลงออกไปทั่วเอเชียอีกด้วย รายการต่างๆ เหล่านี้ได้ออกฉายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก