การโฆษณาศิลปินผ่านอินเตอร์เน็ต
การโปรโมทหรือโฆษณาให้กับศิลปินถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการตีตลาด

การโปรโมทศิลปินที่นิยมสำหรับค่ายเพลงในยุคปัจจุบัน

July 21st, 2015by admin

จากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและผลงานเพลงของศิลปินแสดงนั้น เห็นได้จากการที่องค์กรค่ายเพลงต่างๆพยายามใช้ช่องทางอันหลากหลายในการนำเสนอผลงานเพลงของศิลปิน เพื่อทำให้เกิดการรับรู้และวัฒนธรรมมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Music Video เพลงของศิลปิน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าค่ายเพลงอาจจะได้รับผลตอบรับที่ตามมาภายหลังจากการนำเสนอผลงานเพลงของศิลปินในสังกัดในบทบาทของสื่อที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น โทรทัศน์ รายการบันเทิง ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่ได้รับวัฒนธรรมจากศิลปินด้วยกันทั้งสิ้น การนำเสนอผลงานเพลงที่กำลังเป็นกระแสและมีการประชาสัมพันธ์โปรโมทสู่สาธารณชนให้เห็นกันบ่อยครั้ง สำหรับผู้รับชมส่วนใหญ่ที่ให้ความสนใจนั้น ย่อมเป็นประสิทธิผลที่สำคัญต่อการสื่อสารการตลาดของค่ายเพลงในยุคปัจจุบัน ดังนั้น การสื่อสารการตลาดของค่ายเพลงผ่านทางสื่อยูทูบ มีประสิทธิภาพสูงที่สุดและได้รับผลตอบรับที่ดี เนื่องจากมีผู้เข้าชมและการติดตามผลงานเพลงและศิลปินทางสื่อยูทูบ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผลงานประเภทมิวสิควิดีโอและใช้การลงทุนในการผลิตที่สูงมากอย่างที่ไม่มีค่ายเพลงใดๆกล้าทำโดยไร้ข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่การใช้สื่อที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อพื้นที่ที่โทรทัศน์ไม่สามารถทำได้ และใช้เทคนิคในการสร้างยูทูบแชนเนลที่ทำให้คนทั่วไปที่เข้ามาชมวิดีโอได้ชมวิดีโอที่หลากหลายวนเวียนอยู่ภายในยูทูบแชนเนล ทำให้ผลงานเพลงเป็นที่รู้จักและได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างกว้างขวางมากขึ้น นอกจากนี้การโปรโมทศิลปินยังมีช่องทางอื่นๆอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น

1.การโฆษณาผ่านช่องทางสื่อที่เป็นของตัวเอง เช่น ช่องโทรทัศน์เคเบิ้ลและ เว็บไซต์ โดยการลงโฆษณาผ่านช่องทางสื่อที่เป็นของตัวเอง ทำให้ไม่ต้องเสียงบประมาณในการซื้อสื่อเพื่อลงโฆษณาผ่านทางฟรีทีวีเหมือนค่ายเพลงอื่นๆ

2.ประชาสัมพันธ์ศิลปินผ่านหลากหลายช่องทาง ได้แก่ ฟรีทีวี หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ตามความเหมาะสม

3.จัดกิจกรรมพิเศษร่วมกับค่ายโทรศัพท์หรือคลื่นวิทยุ ให้กลุ่มเป้าหมายได้พบป่ะกับศิลปินตัวจริงและร่วมเล่นเกมส์แจกรางวัลเพื่อการโน้มน้าวใจให้กลุ่มเป้าหมายตอบสนองในแนวทางที่องค์กรต้องการและเพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อองค์กรให้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้บริโภคได้ด้วย

 

บุคลิกภาพและการแต่งกายของศิลปิน ดารา นักร้อง

June 19th, 2015by admin

tumblr_n6pcfpyVGF1rdq3blo1_1280
บุคลิกภาพมักมีส่วนสำคัญในการเลือกอาชีพในระดับหนึ่ง คือ เมื่อเรารู้และเข้าใจในความถนัดหรือสิ่งที่เราชื่นชอบว่าเป็นอย่างไร รูปแบบใด หรืออุปนิสัยส่วนตัวต่างๆของเราแล้ว เราก็จะสามารถเข้าใจได้มากขึ้นว่าอาชีพที่เราต้องการจะเป็น หรือทำแล้วเหมาะสมกับความเป็นตัวเรานั้นคืออะไร เราก็จะสามารถเลือกและประกอบอาชีพต่างๆเหล่านั้นได้ดี บุคลิกภาพนอกจากจะเป็นตัวช่วยส่งเสริมให้บุคคลแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยส่วนตัวแต่ละบุคคลแล้วยังสามารถมีส่วนช่วยในการเลือกอาชีพให้เหมาะสมกับตัวได้อีกด้วย เชื่อว่าบุคลิกภาพของคนจะสะท้อนผ่านการเลือกอาชีพของตน โดยเหตุผลในการเลือกอาชีพนั้นเกิดจากการผสมผสานความคิดต่อตัวเอง และความเข้าใจต่ออาชีพที่เลือก นั่นคือคนที่เลือกอาชีพได้สอดคล้องกับบุคลิกภาพของตนเองมากที่สุด จะมีความพึงพอใจในอาชีพ และส่งผลให้ประสบความสำเร็จในอาชีพนั้นๆได้

การแต่งกายของวัยรุ่นไทยในปัจจุบันมักจะแต่งตัวเลียนแบบตามดาราซะส่วนใหญ่แต่การแต่งแบบนั้นทำให้เกิดเรื่องกับตัวคนที่แต่งได้เพราะดารามักจะแต่งตัวแบบเปิดเผยแต่ไม่หมดซึ่งการแต่ตัวแบบนั้นจะทำให้เพศตรงข้ามรู้สึกมีอารมณ์แล้วก็จะทำให้เราเป็นอันตรายได้ซึ่งมันน่ากลัวมากแต่วัยรุ่นไทยก็ยังแต่งตัวตามดาราไทยอยู่ดีเพราะบางคนคิดว่าเป็นแฟชั่นแต่งไปแล้วคงจะดูดี สวย เท่ แต่ไม่รู้เลยว่ามันอาจจะเกิดอันตรายกับผู้แต่งได้เราเป็นวัยรุ่นก็จริงแต่เราอยู่ในช่วงของวัยเรียนเราควรแต่งแบบพอดีไม่ต้องแต่งเวอร์จนเกินไปที่ดาราแต่งแบบนั้นได้เพราะมันเป็นอาชีพของพวกเขาที่จะต้องแต่งตัวแบบนั้นเพราะฉะนั้นเราควรที่จะแต่งตัวแบบพอดี

อาชีพของคนขายเสียง เป็นอาชีพให้บริการความสุขด้วยเสียงเพลง ซึ่งปัจจุบันแนวเพลงต่างๆมีมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของผู้ฟังแต่ละกลุ่ม อาชีพนักร้องจึงเป็นอาชีพในฝันของคนยุคใหม่ เนื่องจากอาชีพนักร้องเป็นอาชีพที่สามารถสร้างได้อย่างมหาศาล เป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคม และมีผู้คนชื่นชมมาก ในยุคนี้จึงมีเวทีประกวดร้องเพลงมากมาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีความฝันอยากเป็นนักร้องได้เข้าสู่วงการเพลงอย่างมีจุดหมาย บุคลิกภาพแบบศิลปิน เป็นคนที่ชอบแสดงออก รักความอิสระ ไม่ชอบอยู่ใต้บังคับบัญชาใคร ไม่พึ่งพาผู้อื่น ไม่คล้อยตามผู้อื่น ชอบริเริ่มไม่เอาอย่างใคร ไม่ชอบสัมพันธ์เป็นส่วนตัวโดยตรงกับใคร ไม่ชอบความจำเจ หรืองานที่มีกฎระเบียบแน่นอน ช่างฝัน อ่อนไหวง่าย ชอบแสดงออก บางครั้งเจ้าอารมณ์ มีอุดมคติ ชอบคิดค้นเกี่ยวกับปัญหา สิ่งแวดล้อม และแสดงออกทางศิลปกรรม มีความสามารถทางด้านดนตรี อ่านหนังสือแบบแสดงความรู้สึกได้ดี ชอบฟังเพลง ชอบดูละคร เขียนหนังสือและแต่งกลอนได้ดี บุคคลประเภทนี้อาจจะขาดทักษะทางสำนักงาน

ขั้นตอนการเดบิวต์ เพื่อเป็นศิลปินเกาหลี

May 29th, 2015by admin

ในประเทศเกาหลีมีค่ายเพลงที่เป็นที่รู้จักและทำชื่อเสียงโด่งดังอยู่สามค่ายใหญ่ๆ คือ SM Entertainment, YG Entertainment และ JYP Entertainment ทั้งสามค่ายนี้สามารถผลิตศิลปินให้ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียง ถึงแม้การคัดตัวหรือที่เรียกว่าการเดบิวต์จะหนักหนาสาหัสเพียงได หลายคนก็เลือกที่จะทำตามฝัน ถึงแม้จะมีคู่แข่งเยอะก็ตาม ซึ่งการเดบิวต์เพื่อเป็นศิลปินของค่ายยักษ์ใหญ่ มีดังนี้

1.คัดตัว แรกเริ่มดูกระแสนิยมและคิดโพรเจ็กต์ที่จะนำเข้ามาตีตลาด เป็นการวางแผนเกินกว่า 5 ปีขึ้นไป หลังจากนั้นจึงจะทำการค้นหาศิลปิน ที่ตรงตามคาแร็กเตอร์ที่ได้วางเอาไว้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป เพราะเด็กมีช่วงของการพัฒนาได้มาก

2.ทุกคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน หากจะออกการแสดงเป็นกลุ่ม ใครที่เต้นเก่งก็ต้องไปพัฒนาเสียงร้อง ส่วนใครที่ร้องเพลงเก่งก็ต้องไปพัฒนาในเรื่องของการเต้น  ซึ่งศิลปินจะต้องอยู่ในวินัยอย่างเคร่งครัด

3.ทำศัลยกรรมเพื่อกลบจุดด้วย ศิลปินมีความสามารถมาก แต่ด้อยในเรื่องของหน้าตาจนน่าเสียดาย ทางค่ายก็จะนำไปปรึกษาแพทย์ทางการศัลยกรรมเพื่อลดข้อด้อยดังกล่าว ซึ่งต้นสังกัดจะออกทุนให้กับศิลปิน

4.ทำการฝึกซ้อมก่อนแสดง ทางค่ายก็จะเริ่มแต่งเพลงและคิดการแสดงขึ้น เพื่อให้ศิลปินทำการร้อง และฝึกซ้อมเต้นเพื่อนำขึ้นแสดง ซึ่งเพลงที่ซ้อมนั้นมีจำนวนไม่เกิน 2 เพลง แต่ซ้อมกันเป็นปี เพื่อให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

5.ทำการเปิดตัว เป็นการชิมลางตลาดว่ามาถูกทางหรือไม่ ถ้าไม่ถูกทางก็ต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขส่วนที่เป็นจุดบกพร่อง เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด

6.ทำเป็นอัลบั้มวางขาย ผลการตอบรับดี ก็จะเป็นเครื่องยืนยันให้กับทางค่ายว่ามาถูกทาง ระหว่างนั้นทางศิลปินจะตระเวนออกรายการทีวีวาไรตี้ต่างๆ เพื่อต่อกระแสโปรโมทให้กับทางค่ายและกับตัวเองอยู่เรื่อยๆ

7.ทางค่ายต้องปั้นศิลปินใหม่ออกมาอยู่เรื่อยๆ กลุ่มศิลปินทุกกลุ่มก็ย่อมมีวันเหนื่อยล้า วันหมดแรง วันที่แยกวง และมีวันที่กระแสความนิยมนั้นหมดไป แต่ทางค่ายจะยังคงสร้างความนิยมให้กับศิลปินกลุ่มเก่าอยู่

ในการเลือกใช้ YouTube ในการโปรโมทศิลปิน

March 31st, 2015by admin

ในการเลือกใช้ YouTube ในการโปรโมทศิลปินในสังกัดว่า”ตามธรรมชาติของวิวัฒนาการในโลกอินเตอร์เน็ตมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้เร็วขึ้นมาก YouTube จึงเป็นหนึ่งในสังคมแลกเปลี่ยนวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดและไวที่สุดในโลก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงคิดว่ามันเหมาะสมที่เราจะใช้เป็นเครื่องมือในการโปรโมทสินค้าของ SM และศิลปินในสังกัดสู่สายตาคนทั่วโลก”

“YouTube ได้กลายเป็นเวทีสำหรับเราโดยไม่ต้องจัดตั้งสำนักงานใหม่ในต่างประเทศเลย มันยังช่วยแก้ปัญหาหน้าโฮมเพจอย่างเป็นทางการของ SM Town เพื่อเป็นสื่อในการนำเสนอเนื้อหาออนไลน์”

นอกจากนั้นทางต้นสังกัดยังได้ยกตัวอย่างถึงการเล็งเห็นลประโยชน์ที่พวกเขาได้จาก YouTube และเผยถึงฐานแฟนคลับของพวกเขาด้วย

“จากการวิจัยทางสถิติ ช่องของ SME ทาง YouTube เป็นช่องที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเกาหลีในบรรดาช่องอื่นๆทั้งหมด มีผู้ใช้บริการมากที่สุด และมีผู้เข้าชมมากที่สุด และยังติดอันดับที่ 23 จากทั่วโลกในหมวดของศิลปินจากทั่วโลกของ YouTube นอกจากนั้น SM Entertainment ยังมีจำนวนผู้ชมเป็นจำนวนมากที่สุดในวงการบันเทิงเกาหลีทั้งหมด”

“เราสามารถตรวจสอบ YouTube โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ ซึ่งนับว่าเป็นระบบข้อมูลที่สมบูรณ์แบบมาก เรามีกลุ่มอายุแฟนคลับนับตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัย 60 และแฟนๆที่มีมากที่สุดจะเป็นผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 13 – 17 ปี ซึ่งเพลง GEE ของ SNSD ก็สามารถเรียกผู้ชมไปได้ถึง 22 ล้านครั้ง และได้รับความนิยมอย่างมากในอเมริกา, ประเทศไทย, ไต้หวัน และ ญี่ปุ่น ส่วนเพลง Oh ก็มีผู้ชมถึง 19 ล้านครั้ง ซึ่งได้รับความนิยมสูงมากที่ประเทศไทย, สหรัฐฯ และเวียดนาม เพลง Sorry Sorry ของ ซูเปอร์จูเนียร์ มีผู้เข้าชม 16 ล้านครั้ง ได้รับความนิยมมากในไต้หวัน,ไทย, ฟิลิปปินส์ และ มาเลเซีย นอกจากนั้นเพลง Ring Ding Dong ของ SHINee ก็มีผู้เข้าชม 12 ล้านครั้ง โดยได้รับความนิยมในไทย,สหรับอเมริกา, เวียดนาม และ สิงคโปร์”

ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโปรโมทผ่าน YouTube คือ “เราสามารถใช้เครื่องมือของผู้ดูแลเพื่อตรวจสอบปฏิกิริยาเกี่ยวกับเนื้อหาของ SME จากผู้ชมออนไลน์ตามหมวดหมู่ของสถานที่, เวลา, เพศ และกลุ่มอายุ เรายังได้รับรายได้จากสปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุนและให้พวกเขามีพื้นที่โฆษณาในหน้าช่องของเราได้ ผู้ชมก็สามารถดูวิดีโอของพวกเราได้ฟรีขณะที่ YouTube เองก็ให้ความสำคัญกับสัญญาลิขสิทธิ์ที่ได้ทำในแต่ละประเทศด้วย” ตัวแทนจากบริษัท SM Entertainment เผย

ศิลปิน นักแสดง นักร้อง ชายและหญิงที่เป็นแบบอย่างที่ดีมากที่สุดในสายตาประชาชนอันดับแรก

February 24th, 2015by admin

20

คนกรุง 65.1% ชี้ดารา นักร้องออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่เกี่ยวกับการติดตามผลงาน และ 85%เห็นว่าศิลปินไทยมีอิทธิพลต่อการเป็นแบบอย่างที่ดี แต่ติงการแต่งโป๊ การสร้างกระแสผ่านสังคมออนไลน์ ยกเบิร์ด ธงไชย เป็นแบบอย่างที่ดีมากที่สุด ชี้ละครไทยมีแต่แย่งชิง น้ำเน่า ตบตี ยังสู้ซีรีย์เกาหลี ญี่ปุ่นไม่ได้ เนื่องในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้เป็นวันศิลปินแห่งชาติ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “บทบาทของศิลปินและละครไทยในปัจจุบัน” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 1,197 คนพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 84.5 เห็นว่า ศิลปินไทย (นักร้อง นักแสดง) ในปัจจุบันมีอิทธิพลต่อการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 15.5 เห็นว่ามีอิทธิพลต่อการเป็นแบบอย่างที่ดีน้อยถึงน้อยที่สุดเมื่อถามถึงแบบอย่างที่ไม่ดีของศิลปินไทย (นักร้อง นักแสดง) ที่อาจเป็นตัวอย่างให้เยาวชนทำตาม หรือเลียนแบบคือ แต่งตัวโป๊วาบหวิว (ร้อยละ79.0) รองลงมาคือ สร้างกระแสให้ตัวเองผ่าน สังคมออนไลน์ (ร้อยละ 53.5) และดื่มเหล้า สูบบุหรี่ (ร้อยละ 41.8)

สำหรับศิลปิน นักแสดง นักร้อง ชายและหญิง ที่เป็นแบบอย่างที่ดีมากที่สุดในสายตาประชาชนอันดับแรกคือ ธงไชย แมคอินไตย์ (ร้อยละ 14.0) รองลงมาคือ แอน ทองประสม (ร้อยละ 7.5) พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง (ร้อยละ 7.3) อาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน บอดี้สแลม) (ร้อยละ 5.1) และณเดชน์ คูกิมิยะ (ร้อยละ 4.1)นอกจากนี้เมื่อถามว่าการที่นักแสดง นักร้อง ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง มีผลทำให้ไม่ติดตามผลงานใช่หรือไม่ ร้อยละ 65.1 บอกว่า “ไม่ใช่” ขณะที่ร้อยละ 26.4 บอกว่า “ใช่” และร้อยละ 8.5 บอกว่า ไม่แน่ใจด้านความเห็นต่อภาพลักษณ์ละครไทยปัจจุบัน ประชาชนร้อยละ 94.5 เห็นว่ามักมีเนื้อหาแย่งชิงผู้ชาย / ชิงดีชิงเด่น มากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 74.6 เห็นว่ามีการสอดแทรกวัฒนธรรมประเพณีไทย ประวัติศาสตร์น้อยถึงน้อยที่สุดสำหรับแนวละครที่อยากชมมากที่สุดในปีนี้คือ แนวประวัติศาสตร์ไทย (ร้อยละ 57.1) รองลงมาคือ แนวตลก (ร้อยละ 51.6) และแนวชีวิต ดราม่า (ร้อยละ 20.6)สุดท้ายเมื่อถามว่า “ท่านคิดว่าอุตสาหกรรมละครไทยในปัจจุบัน สามารถแข่งขันกับ ซีรี่ย์ เกาหลี ญี่ปุ่น ได้หรือไม่ ร้อยละ 49.7 บอกว่ายังไม่สามารถแข่งขันได้ ขณะที่ร้อยละ 33.4 บอกว่าสามารถแข่งขันได้ และ ร้อยละ 16.9 ไม่แน่ใจ